Piyapong's profileVirus_TPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    25 September

    ชอบเพลงนี้อ่ะ เหอเหอ ฟังแล้ว รู้สึกเศร้าจัง

     
    Artist: Crystal Kay
    Song: Motherland
     
    kimi ga tabidatsu hi wa itsumoto onaji jaane to te wo futta
    marude ashita mo mata kono machi de au mitai ni
    on that day you left, I just waved good bye as usuaul
    as if we were to meet again in this city
    ในวันที่เรากล่าวลานั้น มันเป็นการลาจากที่ดูเรียบง่ายและธรรมดา
    เหมือนที่เคยเกิดขึ้นทุกวันเพียงแค่โบกมือและกล่าวคำอำลา
    คล้ายกับว่าเราจะได้พบกันอีกที่นี่อีกครั้ง
     
    ai wo shinjiru no wa jibun ni mo makenai koto
    yume ga kanau hi made egao no mama
    hoshi wo mite inori sasage koko ni iru kara
    to believe in love is to not lose to myself
    until my wish comes true, I'll remain with a smile
    and look at the stars, praying, and will be here
    ตราบที่เรายังคงเชื่อมั่นในความรัก มันก็จะไม่หายไปจากใจของเรา
    ฉันเชื่อว่ามันเป็นความจริง รอยยิ้มที่ยังคงเหลืออยู่
    ฉันยังเฝ้ามองไปที่ดวงดาวและเฝ้าอธิษฐาน เราจะพบกันที่ปลายฟ้านั่น
     
    watashi wa kimi ni totte no sora de itai
    kanashimi made mo tsutsumi konde
    itsudemo miageru toki wa hitori janai to
    tooku de omoeru you ni
    I want to be the sky for you
    even enveloping all of your pains
    whenever I look up, I want to feel
    that I'm not alone even if I'm far away
    ฉันอยากจะเป็นท้องฟ้าเพื่อดูแลเธอ จะรับความเจ็บปวดของเธอเอาไว้
    เมื่อไหรก็ตามที่ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้านั่น
    ฉันจะรับรู้ได้เสมอ ว่าที่นั่นฉันไม่เคยเหงาและเดียวดาย แม้จะอยู่ห่างไกลก็ตาม
     
    kaeru basho de aru you ni
    let there be a place I can return to
     นั่นคงจะเป็นที่ที่ฉันจะได้กลับไป
     
    kimi ga inai machi de aikawarazu ni genki de sugoshiteru
    sorega ima watashi ni dekirukoto sou omoukara
    I'm still living happily in this city without you
    because I feel that that's the one thing I can do now
    แม้เราจะไม่ได้พบกัน ฉันจะยังคงมีความสุข
    เพราะเธอยังคงอยู่กับฉันเสมอ  มันเป็นสิ่งที่ฉันสามารถทำได้ในตอนนี้
     
    donna dekigoto ni mo kakureteru imi ga aru to
    yume ga kiekaketemo jibun rashiku ite hoshii
    donna toki mo kokoko ni iru kara
    there's a hidden meaning to all things that happen
    I hope you'll remain yourself
    even if your dream begins to vanish
    because I'll always be here
    มันปิดปังความหมายของทุกสิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ฉันจะทำให้ความรักนี้ยังคงอยู่ในใจเสมอ
    ฉันขอให้เธอยังคงเข็มแข็งเหมือนเดิม ถ้าความฝันของเธอกำลังจางหายไป
    ฉันจะอยู่กับเธอที่นั่นเสมอ
     
    namida nakusu hodo tsuyoku nakute mo ii
    tsukareta kokoro yasumasetara
    suteki na ashita wo negai nemuri ni tsuite
    chiisana kodomo no you ni
    it's okay even if you're not strong enough to erase all tears
    after you rest your tired heart
    wish for a better tomorrow and fall asleep
    like the young children
    วันใดที่เธอต้องเศร้าและมีน้ำตา ฉันขอให้เธอจงเข้มแข็งขึ้น ปราศจากความทุกข์
     ขอให้เธอจงหลับอย่างผ่อนคลายและตื่นมาพบกับวันพรุ่งนี้ที่มีความสุข

    kono hiroi sekai wa tsunanagatteru
    shiroi kumo wa nagare kaze ni natte kimi no moto e
    this vast world is connected
    the white clouds will flow and turn into wind to reach you
    แล้วโลกอันกว้างใหญ่จะเชื่อมโยงเราเข้าด้วยกัน เมฆสีขาวลอยมาตามลมมาถึงเธอ
     
    watashi no koe wa todokimasuka
    afureru kimochi ienakatta

    will my voice reach you?
    I couldn't say those overflowing feelings for you
    เธอจะได้ยินเสียงของฉันผ่านสายลมบ้างไหมนะ
    ฉันไม่สามารถรับรู้ได้เลย ฉันขอเพียงให้เธอได้รับรู้เสียงของความรักที่ฉันส่งถึงเธอ
     
    watashi wa kimi ni totte no sora de itai
    kanashimi made mo tsutsumi konde
    itsudemo miageru toki wa hitori janai to
    tooku de omoeru you ni
    I want to be the sky for you
    even enveloping all of your pains
    whenever I look up, I want to feel
    that I'm not alone even if I'm far away
    ฉันอยากจะเป็นท้องฟ้าเพื่อดูแลเธอ จะรับความเจ็บปวดของเธอเอาไว้
    เมื่อไหรก็ตามที่ฉันมองขึ้นไปบนท้องฟ้านั่น
    ฉันจะรับรู้ได้เสมอ ว่าที่นั่นฉันไม่เคยเหงาและเดียวดาย แม้จะอยู่ห่างไกลก็ตาม
     
    kaeru basho de aru you ni
    let there be a place I can return to
    นั่นคงจะเป็นที่ที่ฉันจะได้กลับไป
     
    kaeru basho de aru you ni
    let there be a place I can return to
    นั่นคงจะเป็นที่ที่ฉันจะได้กลับไป
    10 September

    พรุ่งนี้ก็วันเกิดเราแล้วเหรอนี่

    เร็วจังแปบๆ ก็จะผ่านไปอีก 1 ปีแล้ว แก่ขึ้นอีกปีแล้ว เหอเหอ รู้สึกใจหาย รู้สึกกดดันจัง เราจะเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวแล้วนะเนี่ย เหมือนว่าเราต้องรับผิดชอบอะไรมากขึ้น คิดทบทวนเรื่องที่ผ่านๆมา มันก็มีทั้งสุข เศร้า ปะปนกันไปนะ ชีวิตเราจะเปลี่ยนไปยังไงกันนะ เรื่องครอบครัว เพื่อน การเรียน สุขภาพ เงินทอง ความรักจะเป็นยังไงบ้าง เอิ๊กๆ เฮ้อ ยิ่งนานวันยิ่งรู้สึกว่าสุขภาพของตัวเองจะย่ำแย่ลงทุกวันเลยอ่ะ แต่เราจะต้องก้าวเดินต่อไปอยู่ดี ไม่มีถอยกลับหลังอย่างแน่นอน
     
    ขอบคุณครอบครัวที่ทำให้ผมมีชีวิต จนมาถึงทุกวันนี้
    ขอบคุณคุณครู ที่สั่งสอน ให้ความรู้จนผมมาถึงจุดนี้
    ขอบคุณเพื่อนๆ ที่คอยประคับประคองเรา จนผ่านมาด้วยกันถึงวันนี้
     
     
     
    29 August

    เครียดโว้ย

    เครียดโว้ยๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    คะแนนตกมีนก็ไม่ได้เครียดเท่านี้เลย
    มันเป็นช่วงที่มีงานโหมกระหน่ำ
    การที่จะทำงานอะไรแต่ละอย่าง
    กว่าที่มันจะออกมาเป็นงานได้
    มันต้องใช้ความร่วมมือร่วมใจกัน
    แต่ทำไมเวลาประชุม แจ้งงานอะไรแต่ละครั้ง
    บางคนก็ยังเดินออกไปจากห้อง
    บางคนก็ลังเลใจว่าจะไปดีไหม
    มองซ้ายมองขวา แล้วก็เดินออกไปจากห้องอยู่ดี
    ประชุมอะไรไม่ได้เรื่องได้ประโยชน์เลย
    กลายเป็นความน่าเบื่อ น่ารำคาญ
    ใช่ว่าเราอยากจะประชุมอะไรหรอก
    แต่มันต้องขอความร่วมมือจริงๆ
    ไม่อยากจะจับฉลากบังคับเลย
    แต่ถ้าเจอแบบนี้มันก็รู้สึกท้อเหมือนกัน
     
    เหนื่อยใจ 
    09 August

    ยิ้มเข้าไว้เถิด กับผลที่จะตามมา

    และแล้วมันก็ผ่านไป สำหรับการสอบมิดเทอมครั้งแรกของการเรียนในชั้นปีที่ 2  รู้สึกกดดันและเครียดกับมันมากพอสมควร เพราะเป็นครั้งแรกที่มีแต่วิชาคณะล้วนๆ ซึ่งวิชาคณะมันต้องได้อย่างต่ำ C ก็เลยรู้สึกกดดัน ใจจริงอยากได้ ต่ำสุด B แต่ก็ไม่รุว่าจะเป็นไปได้ไหม เพราะหลังจากที่ทำข้อสอบผ่านไปแล้ว รู้ตัวได้เลยว่าเรายังเตรียมตัวไม่ดีพอ อ่านไม่มากพอ ไม่มีความพร้อมที่จะสอบเลยทั้งกาย และสมอง ไม่มีความรู้ อ่านไปก็จำไม่ได้ คงเป็นเพราะไม่ค่อยได้นอนด้วยมั้ง เลยเพลียๆ คิดไรไม่ค่อยออกเลย แถมก่อนสอบยังปวดหัว เต้นตุ๊บๆๆๆๆ ในหัว แบบว่าทรมานมาก ถึงกับอ่านหนังสือไม่ได้ไปเลยทีเดียว มันเป็นความรู้สึกที่กระวนกระวาย สับสน ปวดสมองโคตรๆ รู้สึกแย่มากๆ กับทุกวิชาที่สอบ ไม่ได้ทำด้วยความมั่นใจเลย ทำด้วยความรู้สึกเหม่อ ง่วง ซึม ปวดหัว ดมยาดม อ่านโจทย์แล้วกา ไม่ได้ไตร่ตรองอะไรเลย เฮ้อ ทุกข์หนักมากโข วิชาที่คิดว่าทำได้ดีที่สุดน่าจะเป็น Histo เพราะคิดว่าอ่านมากที่สุดแล้ว ทั้งแล็บ ทั้งเลคเชอร์ ก็พอทำได้น่าพอใจในระดับหนึ่ง อีก 3 วิชาที่เหลือ บอกได้เลยว่า เน่า เน่าและก็เน่า Gross ทำไม่ได้เท่าที่ควร ทั้งที่ข้อสอบง่ายแต่ก็ผิดพลาดเอง Physio ออกความจำจริงๆเลย เราอ่านเน้นความเข้าใจไป ออกความจำแบบนี้ ตายลูกเดียว Biochem ข้อสอบยาก หลอกลวงเยอะ บอกไม่ออก ไม่ต้องจำ ก็ดันออก -*- เฮ้อจริงๆเลย แบบว่า อ่านมาไม่ดี อ่านไม่ตรง ทำไปก็มีแต่ ผิด ผิด และก็ผิด ยังไงก็อยากเกาะมีนไปอยุ่นะ ไม่อยากตกมีนเลย แต่จะทำไงได้ อ่านมาไม่ดีเอง นี่ขนาดไปบนเอาไว้ คงไม่ได้ไปแก้บนแล้วหล่ะ ถ้าคะแนนออกมาก็คงต้องทำใจ และก็ยิ้มปลอบใจตัวเอง ยิ้มให้กับเพื่อนๆ ที่ได้คะแนนกันเยอะๆ เก็บความผิดหวังมานั่งสมเพช  ตัวเองที่ห้องคนเดียว เหอเหอ ก็มันน่าเศร้าจริงๆนิ อึดอัดใจด้วย ไม่รู้จะไประบายกับใคร ไม่รู้จะมีใครเข้าใจเราหรือเปล่า ไม่รู้จะมีใครที่พูดปลอบใจให้คลายทุกข์ได้ ก็คงไม่มี ก็คงต้องพูดปลอบใจตัวเองตามเคย เฮ้อ คิดไปก็ป่วยการ ก็คงต้องยิ้มรับมันเหมือนอย่างเคยนะแหละ  เปล่าประโยชน์ที่จะโทษนั่นโทษนี่ หรือแม้แต่โทษคนอื่น ก็โทษตัวเองนี่แหละ ว่าเราทำตัวเราได้ดีพอหรือยัง เราเตรียมตัวมาดีหรือเปล่า นั่นต่างหากที่เราควรแก้ไข เฮ้อ ขออย่าให้มีเรื่องทุกข์มากกว่านี้มาซ้ำเติมเลย กลัวมันจะรับไม่ไหวแล้ว พยายามผ่อนคลายตัวเองให้เต็มที่ รีเฟรชตัวเองให้เร็วที่สุด เราต้องกลับมาเข้มแข็งเหมือนเดิมให้ได้ อะไรๆมันอาจไม่เลวร้ายไปขนาดนั้นหรอก(ปลอบใจตัวเองอีกแล้ว เฮ้อ เซง)

    18 July

    เตรียมพร้อมสอบ (หรือยัง)

    อัพเดทตารางสอบ จากฝ่ายวิชาการ เฮ้อ อ่านไปแล้วก็ใจหาย แบบว่า อ่านยังไม่จบสักวิชาเลยอ่ะ อ่านแล้วก็ไม่เข้าใจ อ่านแล้วก็จำไม่ได้ เฮ้อ จะทำไงดีเนี้ย
     
    ปวดหัวโว้ย
     
    2 ส.ค. 2550        เวลา 08:30-11:30         MICROSCOPIC ANATOMY (บรรยาย)
                            เวลา 13:00-16:00         MICROSCOPIC ANATOMY (ปฏิบัติ)

    โอ้ สอบ ฮิสโตมาวันแรกเลยครับ ฮือฮือ ชีสเยอะเป็นที่สุด อ่านไม่รู้เรื่องโดยเฉพาะเรื่อง The Cell กล้องก็ไม่ค่อยได้ไปส่องกับเขา เฮ้อ เซง

     3 ส.ค. 2550     เวลา 08:30-11:30      GROSS ANATOMY I   (บรรยาย)  
                      
            เวลา 13:00-16:00      GROSS ANATOMY I   (ปฏิบัติ)

    กรอส เป็นวิชาที่เนื้อหา จำและท่องเยอะมากกกกกก โอย ไม่ไหวแล้ว

     6 ส.ค. 2550    เวลา 08:30-11:30     PSYSIOLOGY I  

      เป็นวิชาที่ยากกกกกกกที่สุดเลยอ่ะ ตอนนี้ อ่านแล้วงงมาก จำไม่เยอะหรอกนะ แต่เน้นที่ความเข้าใจ เหอเหอ               

     

    7 ส.ค. 2550     เวลา 08:30-11:30     BIOCHEMISTRY II   

     ไบโอเค็มเป็นวิชาที่อ่านได้น้อยที่สุดในขณะนี้ เฮ้อ ถึงจะดูง่ายที่สุดก็เถอะนะ  แต่มันก็แอบยากอยู่นะ เหอเหอ                    

     

    เหมือนจะง่ายเนาะ สอบ แค่ 4 วิชา แต่ว่า เนื้อหามันยากมากๆ เลย เหอเหอ ยังไงก็ต้องสู้ต่อไป เพื่อนๆทุกคนด้วยนะ ตั้งใจๆๆๆๆๆๆ

      ย๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก



      

    26 June

    ชีวิต ปี 2 ช่างลำบากจริงๆ

    ไม่ได้มาอัพ ซะนานเลย แบบว่า ไม่รุจะเล่ายังไงดี มันวุ่นวายไปหมดเลยชีวิตช่วงนี้ เหอเหอ
     
    เรื่อง การเรียน
    อันนี้ สำคัญเลย ต้องมาก่อน(แต่อยุหลังเรื่องเกมส์ อิอิ) แบบว่าต้องอ่านหนังสือทุกวันอย่างหนัก แบบที่ไม่เคยทำมาก่อน เหอเหอ ยังไม่ชิน อ่ะ ยอมรับเลยว่าเครียดมาก วิชาที่ชอบมันก็น่าอ่าน เช่น Gross Anatomy, Micro Anatomy เหอเหอ ชอบตอนได้ผ่าร่างครูใหญ่ แบบว่าเห็นหมดเลย ร่างกายมนุษย์ แต่จำเยอะมากๆ อ่ะ อ่านไปเมื่อวาน วันต่อมา ลืมซะงั้น อืมม แต่วิชาที่ไม่ค่อยรุเรื่องก็มี อ่ะ เช่น Physiology, Biochem(DNA) เหอเหอ แบบว่า หลับในคาบตลอดอ่ะ เฮ้อ ชีวิต แกะเทป ก็ไม่รุเรื่อง โอ๊ยยยยย เครียดๆๆๆๆๆๆๆๆๆยิ่งเรียนทุกวัน แปดโมงเช้า ถึงสี่โมงเย็น ตายไปเลย ยิ่งบางวัน มี สอง LAB ต่อกัน ตายคาห้อง LAB ไปเลยงานนี้ 
     
    เรื่อง กิจกรรม
    เฮ้อ เพิ่งผ่านกิจกรรมเชียร์มาหมาดๆ แทบหมดพลังไปเลย มันยาวนานมากเลย ตั้งแต่ ซัมเมอร์ รวมๆเวลา ก็ สามเดือน อ่ะ ทั้งซ้อมร้องเพลง เตรียมงานค่าย เตรียมงานแจกสาย เฮ้อ เหนื่อยจริงๆ แต่ก็ซึ้งและประทับใจมากๆเลย รู้สึกดีจริงที่ได้รู้จักน้องๆ และในระหว่างเชียร์ก็มีงานครูใหญ่ ก็ต้องไปช่วยพี่ปีสามทำงาน เราไปทำฝ่ายฌาปนกิจมา ไปวัดแถวเก้าหลังอ่ะ เผาร่างตั้งแต่ สองทุ่ม เสร็จสี่ทุ่มครึ่ง เร็วมากๆ เลย บางกลุ่มเสร็จตีห้าก็มี แต่รู้สึกประทับใจมากๆ เพื่อนๆมักจะถามอยู่เสมอเลยว่า โต้งเหนื่อยรึเปล่า มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ รู้สึกดีจริงๆ ที่มีเพื่อนช่วยงาน และร่วมทำกิจกรรม ขอบคุณเพื่อนๆ ทุกคนนะ
     
    เรื่อง เพื่อน
    ไม่ค่อยมีไร ฮาเฮ เหอเหอ ไม่ค่อยไซโคกันเองหรอก แบบว่า ต่างคนต่างเก็บพลัง เหอเหอ ว่างๆมาติวให้หน่อยจิ นะนะเพื่อน ขอพูดหน่อย
     -เส  ไม่สบาย พักผ่อนหน่อยเด้อ อย่าฟิตหลาย เด๋วความรู้ออกพุง อิอิ แล้วก็อย่าคิดมากหล่ะ
     -มื้ว  เลิกเครียดละยัง เรื่องนั้นหน่ะ ช่างมันเถอะนะแก ความจริงมันก็คือความจริง
     -เจนวิทย์  ดีใจด้วยนะที่สำเร็จซะที แต่เรื่องความรัก เมื่อไหร่จะสำเร็จ หุหุ
     -ต้อง แกพูดมากขึ้นนะ จิกเก่งขึ้นด้วย ไปทำไรมาห่ะ
     -วุฒิ  ขุมพลังงานในการติว physio มาติวให้หน่อยดิ นะนะ ช่วงนี้แกยังหมกมุ่น อยุหรือเปล่า อิอิ
     -ต่าย  ช่วงนี้คงกะลัง รวมวงร็อค(ชื่อวงไรว่ะ) เหอเหอ จะรอพบความมันส์นะเพื่อน
     -เตี้ยง คอนเซป ทุกวันของเตี้ยง คือวันครอบครัว โอ้วววววว นะ อิจฉาเด้
     -ซันนี่ ขอบใจนะคร้าบ ที่ชวนไปเลี้ยง เสมอ แต่ไม่ค่อยมีตังอ่ะแก แถมไม่มีรถ แบบว่า...... ขอติดรถไปด้วยดิ เอิ๊กๆๆๆๆ
     -กิ๊บ  อยากดูเรื่องอะไร บอกกิ๊บได้ โอ้ๆๆๆๆ ดีๆๆๆๆ เหอเหอ
     -เชน ยังไม่เห็นผมทรงเกาหลี ของแกเลย หว่ะ เหอเหอ
     และก็คืดถึงเพื่อนอีกหลายๆคนนะ อยากเจอมากมาย (มะนาว โทดทีนะไม่ได้โทรไปหาเลย แต่ก็คิดถึงแกเสมอ)
    เรื่อง ความรัก
    เรื่อยๆ ยังไม่อยากตัดสินใจอะไรตอนนี้ การที่เราจะตัดสินใจเรื่องนี้ คงต้องดูนานๆๆๆๆๆ ถึงแม้เราจะเป็นผู้ชายไม่ค่อยเสียหายเรื่องแบบนี้ แต่ว่า เราไม่อยากตัดสินใจผิดพลาด นิ มันเจ็บนิหว่า ถ้ามันเกิดผิดขึ้นมา อ่ะนะ เวลา จะเป็นตัวตัดสินเอง ว่างั้นนะ
     
    เรื่อง ครอบครัว
    แม่บอกให้กลับบ้านอ่ะ ขอโทดครับแม่ที่ไม่ค่อยได้กลับบ้าน ยังไม่ลืมบ้านนะครับ แต่มันติดงานจริงๆคับ คงได้กลับในอีกเร็วๆนี้แหละครับ แม่ก็โทรมาคุยด้วยบ่อยๆนะ รุสึกดีจริงๆที่ได้คุยกะแม่ แต่ก็แอบรุสึกผิดที่คุยได้ไม่นานอ่ะ แบบว่า ต้องไปทำอันนั้นอันนี้อยุเรื่อย ยังไง ผมก็จะกลับบ้านในเร็วๆนี้แหละคร้าบบบบบบ
     
    ปล
     ขอบคุณ
     -หญิง สำหรับ ขนมอร่อยๆนะ เราจะอ้วนไหมนิ เหอเหอ
     -น้องทิพ ที่ช่วยขนหนังสือเด้อ และก็ขนมอร่อยๆนะ
     -น้องมีน สำหรับ ขนมคุ๊กกี้ ทำเองเหรอ อร่อยมากๆครับ
     
    เหอเหอ มีแต่คนให้ขนม คงต้องกินจนอ้วนแน่ๆ เรา   
                                                                                    จบ
     
    29 May

    ความรักราศีกันย์

    ไปอ่านเจอในเวบกระปุก เลยเอามาให้อ่านว่ามันตรงไหม เหอเหอ ราศีเราเองแหละ อิอิ
    ความรัก ราศีกันย์
    ชาวราศีกันย์เป็นคนชอบช่วยเหลือผู้อื่น มีน้ำใจ ช่วยเหลือเพื่อนๆ และคนรักในทุกๆเรื่องที่เขาจะช่วยได้ เขาเป็นคนที่มีความขยัน มุมานะ และมักจะทำอะไรที่ดีๆและเป็นประโยชน์มาให้เพื่อนๆและคนรอบข้างเสมอ ชาวกันย์เป็นคนใจเย็น และมีความอ่อนโยน แต่บางครั้งก็ดูจะเป็นคนขี้อายไปบ้าง ดังนั้นหากได้คบหากับคนที่ช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความกล้าแสดงออกของเขาให้มากยิ่งขึ้นกว่านี้ก็จะทำให้ชาวกันย์เป็นคนที่มีเสน่ห์และน่าคบหามากทีเดียว ด้วยจิตใจที่ดีงาม ชอบดูแลช่วยเหลือผู้อื่น ชาวกันย์จึงน่าจะไปได้ดีกับการเป็นหมอหรือพยาบาล
    ความโรแมนติกแบบราศีกันย์
    ชาวกันย์เป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการรับประทาน การออกกำลังกายและการพักผ่อน ทำให้เขาเป็นคนที่มีสุขภาพแข็งแรงอยู่เสมอ จนหลายคนมักจะแอบอิจฉาในบุคลิกที่ดูดีของเขา ชาวกันย์เป็นคนละเอียดรอบคอบ ใส่ใจในทุกๆเรื่องรอบตัว ตั้งแต่หัวจรดเท้า ดังนั้นหากใครเป็นเพื่อนหรือคนสนิท หรือคู่รักกับเขาแล้ว คุณก็จะได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างดีจากเขาด้วย ชาวกันย์เป็นคนที่อบอุ่นมากและถือว่าเป็นคนที่น่าคบหาที่สุดคนหนึ่งเลยล่ะ
    ความรักของราศีกันย์
    ชาวราศีกันย์เป็นคนธาตุดิน ใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายสบายๆ ไม่รีบร้อน เป็นคนที่มีความละเอียดลออ รอบคอบเป็นที่พึ่งและที่ปรึกษาที่ดี จึงมักจะให้ความช่วยเหลือคนอยู่เป็นประจำ ไม่ว่าจะที่ทำงาน เพื่อนบ้าน ญาติพี่น้อง ทำให้เป็นที่รู้จักและที่รักของหลายคน ส่วนความสัมพันธ์กับคนรักนั้น ชาวกันย์ก็จะดูแลเอาใจใส่ และมีอะไรกุ๊กกิ๊กอยู่เสมอ ทำให้ความรักของชาวราศีกันย์ดูน่ารักเหมือนคนเพิ่งรักกันใหม่ๆตลอดเวลา แต่บางครั้งอาจจะดูเหมือนเย็นชาไปบ้าง แต่จริงๆแล้วเขาแอบคอยสังเกตคอยดูคุณอยู่ห่างๆ แต่เขาแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ดังนั้นคนที่คบกับชาวกันย์ควรซื่อสัตย์และให้เกียรติเขาให้มาก เพราะคุณมีคนรักที่วิเศษมากๆ อยู่แล้วทั้งคน
    ความสัมพันธ์แบบชาวราศีกันย์
    ชาวราศีกันย์เป็นคนที่เก็บอาการเก่ง ไม่ค่อยแสดงออกถึงความรู้สึกมากมายนัก ถ้าเขายังไม่แน่ใจ เขาอาจจะดูเป็นคนนิ่งๆ ดูเย็นชา แต่ที่จริงแล้วชาวกันย์ก็เป็นคนที่โรแมนติกมากคนหนึ่ง กับคู่รักเขาเป็นคนที่เอาใจเก่งและรู้ใจคนรักของเขาเสมอว่าทำแบบไหนถึงจะถูกใจ ชาวกันย์เป็นคนที่มั่นคงในรัก เขาจะทุ่มเทให้กับความรักและไม่จับปลาสองมือ ใครที่อยากจะพิชิตใจของชาวกันย์มาครองให้ได้ จะต้องอาศัยเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์จิตใจที่มั่นคง และค่อยๆเรียนรู้กันไป จึงจะสามารถพิชิตใจของชาวกันย์มาครองได้
    SEX กับราศีกันย์
    Sex เป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับชาวกันย์ ชาวกันย์จะเป็นคนที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดทุกขั้นตอนเพื่อให้เซ็กส์เป็นสิ่งที่สวยงาม เป็นที่ประทับใจของตัวเองและคนรักมากที่สุด แต่ชาวราศีกันย์ ไม่ใช่คนที่มีอารมณ์หรือความรู้สึกในเรื่องนี้บ่อยนัก หรือบางครั้งก็อาจจะรู้สึกอาย ดังนั้น ชาวกันย์จึงต้องการการกระตุ้นความรู้สึกให้เกิดขึ้น และหลังจากนั้นชาวกันย์ก็จะสานต่อได้อย่างดี ชาวราศีกันย์เป็นคนไม่เจ้าชู้และมั่นใจได้
    ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลหูไกลตา แล้วอะไรหล่ะที่ชาวราศีกันย์ต้องการ ด้วยความที่ชาวกันย์เป็นคนที่ดูแลเอาใจใส่สุขภาพร่างกายตัวเองอยู่เสมอ ดังนั้นจึงต้องการคนที่จะมาเป็นเพื่อนในการออกกำลังกาย ดูแลเรื่องสุขภาพ อาหารและของใช้อื่นๆร่วมกัน  ชาวกันย์ต้องการคนรักที่มั่นคง เชื่อใจได้ และให้เวลาในการเป็นส่วนตัวบ้าง และคนคนนั้นต้องเป็นคนใจเย็น อารมณ์ดี และสามารถปรึกษาพูดคุยกันได้เสมอ
    23 May

    เรื่องดีๆที่อยากให้อ่าน2

    เรื่องเล่าว่า...มีคน2คนเป็นเพื่อนกัน...
    > > ต่างร่วมเดินทางไปในทะเลทราย...
    > > ระหว่างทาง...เกิดโต้เถียงขัดแย้งไม่เข้าใจกัน
    > >
    > > เพื่อนคนหนึ่ง...พลั้งลงมือ...ตบหน้าอีกฝ่าย
    > > คนถูกทำร้ายยังเจ็บปวด...แต่ไม่เอ่ยวาจา...
    > > กลับเขียนลงบนผืนทรายว่า...
    > >
    > > "วันนี้...ฉันถูกเพื่อนรักตบหน้า"
    > >
    > > พวกเขายังคงเดินทางต่อ......กระทั่งถึงแหล่งน้ำ
    > > พวกเขาตัดสินใจอาบน้ำ...ชำระกาย...
    > > พลันคนที่ถูกตบหน้ากลับจมน้ำ...
    > >
    > > เพื่อนอีกคนไม่รั้งรอ...เข้าช่วยชีวิตจนอีกคนรอดตาย...
    > > ยังคงไม่เอ่ยวาจา...กลับสลักลงไปบนหินใหญ่
    > >
    > > "วันนี้...เพื่อนรักช่วยชีวิตฉันไว้"
    > >
    > > อีกคนไม่เข้าใจจึงถามว่า... "เมื่อถูกฉันตบหน้า...
    > > เธอเขียนลงทราย...แล้วทำไมเมื่อครู่...ต้องสลักบนหิน"
    > > อีกคนยิ้มพราย...กล่าวตอบ
    > >
    > > "เมื่อถูกเพื่อนรักทำร้าย...เราควรเขียนมันไว้บนทราย
    > > ซึ่งสายลมแห่งการให้อภัย...จะทำหน้าที่พัดผ่าน...ลบล้างไม่เหลือ
    > >
    > > แต่เมื่อมีสิ่งที่ดีมากมาย...บังเกิด
    > > เราควรสลักไว้บนก้อนหินแห่งความทรงจำในหัวใจ...
    > > ซึ่งแม้สายลมจะแรงเพียงใด...ก็ไม่อาจลบล้างทำลายได้..."
    > >
    > >
    > >
    > >
    > >
    > >** เมื่อคุณมีเพื่อนที่ดีที่คุณไม่เคยลืมเขา แม้ว่าคุณจะสุขหรือทุกข์
    > >ขอให้คุณรักษาความรู้สึกดีๆเหล่านั้นให้อยู่กับคุณตลอดไป...
    22 May

    ความหมายดีๆที่อยากให้อ่าน1

    วันนี้ตื่นเช้ามาก ตื่นมาตอนตีห้าครึ่ง อาจเป็นเพราะช่วง 2 วันนี้เรานอนมาเยอะแล้วนะ เฮ้อ ก็เพราะท้องเสียหน่ะซิ ทำเอาสลบไสลไปสองวัน เพิ่งมีแรงไปไหนมาไหน พอมีแรงขึ้นมาก็เริ่มเลยครับอยากกินไปหมดเลย อันนั้นก็น่ากิน อันนี้ก็น่ากิน โอ้วว อดอยากกินอะไรไม่อร่อยมาสองวัน ขอหม่ำล่ะนะวันนี้ แป่ว อ่านมาตั้งนาน อาจจะคิดว่านี่นะเหรอเรื่องดีๆที่อยากให้อ่าน แต่ไม่ใช่ๆๆๆนะ มันเปงเพราะตื่นมาแล้วเบื่ออ่ะ เลยมานั่งเล่นเนต อ่านบทความแก้เซง เผื่อมันจะมีอะไรดีๆ ในวันนี้ เลยเอาบทความมาฝาก ลองอ่านดูนะ
     
    มีนิทานอยู่เรื่องหนึ่งอยากจะเล่าให้ฟัง มีเนื้อหาดังนี้
    ไก่ กระต่าย เป็ด และหมู เป็นเพื่อนกัน ด้วยระยะเวลาที่ยาวนานทั้งสี่เริ่มที่จะสนิทกันมากขึ้นเรื่อย ๆ
    ไก่...ขยัน อดทน ตื่นแต่เช้าหาอาหารมาให้ทั้งตัวเองและเพื่อน
    กระต่าย...น่ารัก สุภาพ พูดจาอ่อนหวาน เป็นที่รักและเอ็นดูของทุก ๆ ตัว
    เป็ด...โผงผาง ใจร้อน เสียงดัง พูดจาตรง ๆ
    หมู...ขี้เกียจ พูดจากระโชก
    โฮกฮาก ไม่สะอาดแต่รักเพื่อนเป็นที่หนึ่ง สามารถทำอะไรเพื่อเพื่อนได้เสมอ
    ด้วยการเดินทางที่ต้องผ่านปัญหาและอุปสรรคมากมาย ทั้งสี่จึงสนิทและรักกันมาก
    ทุกตัวล้วนมีความสำคัญให้แต่ละตัวซึ่งกันและกัน
    วันหนึ่งทั้งสี่ตัวต้องเดินทางผ่านโคลนสกปรก เหม็น
    และมีแต่เชื้อโรคทั้งสี่ตัว ไม่มีทางเลือกอื่น
    จำเป็นที่จะต้องเดินผ่านบ่อโคลนนี้
    หากจะเดินกันไปทีละตัว แต่ละตัวต้องสกปรก และป่วยด้วยเชื้อโรคนั้นแน่นอน
    หมูจึงรับอาสาที่จะให้เพื่อนขี่หลังเพื่อเดินข้ามไป
    กระต่ายจึงพูดขึ้นว่า "ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
    เพราะหมูตัวโตและแข็งแรง"
    หมูได้ยินเช่นนั้นจึงดีใจและภูมิใจ
    เป็ดเลยพูดขึ้นว่า "และหมูก็ชอบเล่นโคลนสกปรกอยู่แล้วนี่หว่า ก๊ากกกก"
    หมูเองได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะต่อกัน
    กระต่ายเลยพูดขึ้นว่า "ไปว่าหมูอย่างนั้นได้ยังไง เดี๊ยวหมูก็เสียใจหรอก"
    หมู : "ไม่เป็นไรหรอก ฉันรับได้ เพราะถึงยังไงเราก็เพื่อนสนิทกัน
    พูดมาแบบนี้ ฉันไม่ถือหรอก"
    เป็ด : "ใช่แล้ว เราสนิทและรักกันมาก และรู้ใจกัน เรื่องแค่นี้พูดกันเล่นๆ
    แค่นั้นเอง"
    ไก่ : "งั้นเราเดินทางกันต่อเถอะ เดี๋ยวจะมืดซะก่อน"
    ทั้งสามจึงขึ้นหลังหมูแล้วเดินไป
    ในระหว่างที่อยู่ในโคลน เป็ด มองไปเห็นไส้เดือน
    จึงใช้ปากคุ้ยโคลนเพื่อที่จะกินไส้เดือน
    ในระหว่างที่คุ้ยโคลน โคลนเกิดกระเด็นไปโดนกระต่าย กระต่ายเลยสกปรกไปด้วย
    กระต่าย : "เป็ด ระวังหน่อยสิ โคลนมันกระเด็นมาโดนฉันนะ"
    เป็ด : "อะไรกัน แค่นี้เอง เดี๋ยวผ่านบ่อโคลนไปค่อยทำความสะอาดก็ได้นี่"
    กระต่าย : "แต่มันไม่เหมือนเดิม เพราะขนขาว ๆ ของฉันมันก็คงเป็นรอยเปื้อนอยู่ดี"
    ไก่ : "เอาน่า หยุดได้แล้ว นิดเดียวเองนะกระต่าย เป็ดเองก็ไม่ได้ตั้งใจ
    ดูหมูซิ เค้าเปื้อนทั้งตัวแถมต้องแบกเราอีก เค้ายังไม่บ่นซักคำ"
    กระต่ายด้วยความเคืองนิด ๆ จึงพูดออกมาโดยไม่ทันคิดว่า "ก็หมูสกปรกนี่ ไม่เหมือนฉัน
    ฉันต้องสะอาด สกปรกไม่ได้"
    หมูเองได้ยินเช่นนั้น ก็รู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่เหตุใดเพื่อนถึงพูดกับเขาเช่นนั้น หมูก็ร้องไห้
    ไก่จึงพูดขึ้นว่า "แล้วนี่คือสิ่งที่หมูต้องได้รับเหรอ กับการที่เค้าเป็นหมู
    มีนิสัยเป็นหมู เค้าต้องได้รับแต่สิ่งสกปรกเท่านั้นเหรอ
    แล้วการที่เป็ดกินอะไรแล้วต้องคุ้ย แล้วไก่อย่างฉันต้องเขี่ยอย่างนี้
    มันเป็นพื้นฐานนิสัยที่ติดตัวเรามาตลอดนะ เราเลือกได้เหรอ"
    ไก่ : "ความแตกต่างของแต่ละตัว ไม่เหมือนกัน เราเป็นเพื่อนกัน ต้องเข้าใจและ
    เปิดใจรับสิ่งที่ไม่สวยงาม และสิ่งที่สวยงามซึ่ง กันและกันสิ
    ไม่มีใครที่สวยงามได้ตลอดเวลานะ"
    เป็ดจึงพูดขึ้นว่า "ฉันก็คิดว่าเราสนิทและรักกันมาก
    เชื่อใจกันรับรู้ในสิ่งที่แต่ละตัวเป็นแล้ว
    ฉันไม่ทันนึกว่าเธอรับฉันแบบนี้ไม่ได้ฉันขอโทษนะ"
    กระต่ายได้ยินเช่นนั้นจึงพูดขึ้นว่า "จริงสินะ เราเป็นเพื่อนกัน
    แถมเป็นเพื่อนรักกันด้วย ทำไมฉันถึงไม่เข้าใจนะว่าเราทั้งสี่แตกต่างกัน
    แต่เรายังสามารถผ่านอุปสรรคต่างๆ มาด้วยกันได้ขนาดนี้ หแล้วแต่ละตัวเราก็ไม่เหมือนกันเลย"
    "ฉันขอโทษนะที่ฉันเป็นอย่างนี้"
    หมูกล่าวขึ้นว่า "ไม่เป็นไรหรอกกระต่าย ฉันก็เข้าใจว่าเธอน่ารัก สะอาด
    และจิตใจอ่อนไหว เธอก็ไม่เหมือนกับฉัน
    บางครั้งฉันก็พูดอะไรหรือทำอะไรที่กระโชกโฮกฮากไป
    บางครั้งเธออาจจะรับไม่ได้ แต่ฉันคิดว่าด้วยความที่เราเป็นเพื่อนรักกัน
    เธอคงจะรับฉันได้ซักวันหนึ่ง"
    กระต่าย : "ฉันเองก็ขอโทษด้วยที่ฉันอ่อนไหวเกินไปแบบนี้ ฉันก็หวังว่าสักวันหนึ่ง
    เราแต่ละตัวที่แตกต่างกันคงเข้ากันได้และ ยอมรับในสิ่งที่แตกต่างกันของแต่ละตัวได้"
    ไก่จึงพูดขึ้นบ้างว่า "เอาล่ะ แต่ละตัวก็เข้าใจกันแล้วนะ
    ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว และด้วยความที่เรารักและสนิทกันและก็รู้จักกันมานาน
    บางครั้งจึงทำอะไรโดยไม่ทันคิด แต่ทำให้อีกคนรู้สึกไม่ดี
    ฉันคิดว่าคงไม่ได้ตั้งใจและเผลอทำอะไรไปก็เท่านั้น"
    เป็ด : "เราเข้าใจกันดีแล้วนะ งั้นเราเป็นเพื่อนที่รักและสนิทกันมากขึ้นนะ
    เพราะเราก็รับในสิ่งที่แตกต่างของแต่ละตัวได้แล้ว"
    หมู : "ใช่แล้ว งั้นเราทั้งสี่ มาร่วมกันและตั้งใจที่จะเดินไปข้างหน้าพร้อม
    ๆกันและเดินเคียงข้างกันอย่างนี้ตลอดไปนะ"
    หมู เป็ด ไก่ กระต่าย : "ไชโย เราเป็นเพื่อนรักกัน"
    แล้วทั้งสี่ก็เดินไปด้วยกัน อยู่เคียงข้างกันไป ตลอดเส้นทางเดินแห่งนั้น......
    จากนิทานเรื่องนี้ จะเห็นได้ว่า ด้วยความแตกต่างของแต่ละตัว อาจจะทำให้เกิด
    ความไม่เข้าใจและไม่พอใจในอีกฝ่าย และบางครั้งด้วยความที่ทั้งสี่สนิทกันมาก
    การกระทำบางอย่างที่แสดงออกไปจึงไม่ทันคิดว่า อาจจะไปทำร้ายความรู้สึก
    หรือทำให้ใครอีกคนไม่เข้าใจ แต่ด้วยความที่ทั้งสี่คือเพื่อนรัก เพื่อนสนิท
    เพื่อนที่รู้จักรู้ใจกันมานาน จึงทำให้ทั้งที่กลับมาเป็นเพื่อนรักและเพื่อนสนิทกันได้
    อย่างเดิมคำว่าเพื่อนรักของคุณ คุณให้ความหมายและความสำคัญของคนที่คุณ
    ให้เค้าเป็นเพื่อนได้แค่ไหน คำตอบอยู่ที่ตัวคุณเอง บางครั้งคุณอาจจะได้รับในสิ่งที่คุณ
    ไม่คาดคิดมาก่อนว่าเพื่อนสนิทจะทำอย่างนี้กับคุณ แต่หากมองย้อนกลับไป
    คุณเองก็อาจจะทำอะไรที่ไม่คาดคิดกับเพื่อนของคุณได้เช่นกัน
    กลับมามองอีกทีว่า คุณให้ความหมายกับเพื่อนของคุณมากแค่ไหน
    เพื่อนที่มีแต่สิ่งที่ดีให้แก่กันแค่นั้นเหรอ
    เพื่อนที่จะยิ้มและสนุกไปด้วยกันแค่นั้นเหรอ
    แล้วหากวันหนึ่ง เกิดฝ่ายใดทำอะไรที่ไม่ดีหรือไม่สวยงามขึ้นมาล่ะ
    คุณเข้าใจและรับรู้ในสิ่งเหล่านั้นได้มากแค่ไหน
    คุณสามารถที่จะให้อภัยในสิ่งที่ผิดพลาด
    ทั้งที่อาจจะเกิดจากความตั้งใจและไม่ตั้งใจได้มากน้อยแค่ไหน...
    คำตอบย่อมอยู่ในใจคุณดี....
    กลับมามองและเข้าใจเพื่อนของคุณดีแล้วหรือยัง
    เข้าใจเพื่อนของคุณมากน้อยแค่ไหน
    เมื่อคุณอ่านข้อความข้างต้นจบ....คุณคิดถึงใครล่ะ????
    คุณเท่านั้นที่รู้คำตอบ
    18 May

    เมื่อฟ้าเริ่มสาง แต่หนทางยังมืดมัว

    ในบางครั้งเหมือนทุกๆอย่างจะเริ่มคลี่คลาย แต่ว่ามันยังเหมือนมีบางอย่างที่ยังคงค้างคาในใจ
    การได้รับความหวัง กำลังใจจากใครสักคนก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ถ้ามันกลับกลายเป็นความหวังที่เลือนลาง
    เหมือนว่ามันจะกลับมาเลวร้ายอีกครั้ง ไม่หรอกนะ เข้มแข็งเข้าไว้นะเรา เราควรจะปล่อยวางได้แล้ว
    เราเหนื่อยกับมันมามากเกินพอแล้ว เฮ้อ พรุ่งนี้จะต้องเห็นแสงของดวงอาทิตย์
    13 May

    ความรู้สึกอึดอัดใจเริ่มเข้ามาเยือน เหมือนทุกๆอย่างจะไม่เหมือนเดิม....อีกต่อไป 2

    เพลง: ปล่อยไปกับน้ำตา
    อัลบั้ม: Dream Team
     
    เพราะรู้ว่าใจเริ่มไม่ไหว
    และไม่อยากฝืนต่อไป
    จะขอพักกายนั่งลง บนความผิดหวังที่มี
    คอยมองตามความฝันลอยหายไป

    ฟ้ามีแต่พายุ ฝนมีแต่เหน็บหนาว
    พื้นดินรอบกาย เปลี่ยวเหงาสักเท่าไร
    รู้ว่าทุกข์ มันใหญ่ แบกรับไว้ก็คงหนัก
    ปล่อยวางหยุดและพัก แค่สักครั้งเป็นไร 

    ปล่อยใจไปกับน้ำตา
    ที่อ่อนล้าให้มันคลาย

    อย่าไปขังให้ตัวเองไม่มีทางออก
    ปล่อยให้น้ำตาช่วยปลอบ

    พร้อม : ปล่อยมือเสียจากความเข้มแข็ง
    ปล่อยให้เสียใจ 

    ปล่อยตัวเองให้ร้องไห้
    ให้ความทุกข์ได้ระบาย 

    และสุดท้ายก็จะดี ให้น้ำตาปลอบ
    ช่วยกันค้นหาคำตอบ 

    ให้ชีวิตที่เหลือจากนี้
    ได้มองเห็นทางดีดี อีกครั้งนึง 

    เพราะรู้ว่ามันต้องมีหวัง
    เมื่อฟ้านั้นเริ่มสดใส
    จะลุกขึ้นยืนได้ใหม่ ด้วยความเข้มแข็งในใจ
    เรียกความมั่นใจนั้นให้คืนมา 

    ฟ้ามีแต่พายุ ฝนมีแต่เหน็บหนาว
    พื้นดินรอบกาย เปลี่ยวเหงาสักเท่าไร
    รู้ว่าทุกข์ มันใหญ่ แบกรับไว้ก็คงหนัก
    ปล่อยวางหยุดและพัก แค่สักครั้งเป็นไร 

    ปล่อยใจไป (ปล่อยใจไป)
    กับน้ำตา (กับน้ำตา)
    ที่อ่อนล้าให้มันคลาย
    อย่าไปขัง ให้ตัวเองไม่มีทางออก
    ปล่อยให้น้ำตาช่วยปลอบ 

    ปล่อยมือเสียจากความเข้มแข็ง
    ปล่อยให้เสียใจ 

    ปล่อยตัวเอง  (ปล่อยตัวเอง) 
    ให้ร้องไห้ (ให้ร้องไห้) และสุดท้าย
    ให้น้ำตาปลอบ ช่วยกันค้นหาคำตอบ

    ให้ชีวิตที่เหลือจากนี้
    ได้มองเห็นทางดีดี อีกครั้งนึง

    อย่าหมดหวังกำลังใจ
    จะต้องลุกขึ้นอีกครั้ง
    ขึ้นอีกครั้ง ขึ้นอีก อีกครั้งนึง

    ให้น้ำตาไป 
    ต้องมีทาง ต้องมีทาง ต้องมีทางออก
    ต้องมีทางให้ฉันเดิน ให้น้ำตาปลอบ

    แล้วจะเห็นทางดีดี พร้อมจะไปต่อ
     
    Be My Guest : Again : อ่อนล้า

    นาฬิกายังหมุนเวียนไป วันเวลาผ่านไปทุกวัน แต่เรื่องราวของฉันก็ยังเหมือนเดิม ทุกๆอย่าง

    เคยมีคนเดินเข้ามาคุย เคยมีคนสบตาทักทาย แต่ไม่มีคนไหนที่คอยอยู่ข้างเคียง

    * ในวันที่ฉันเหงาใจ ในวันที่ฉันท้อใจ แค่มีใครซักคน อยู่ข้างๆฉัน

    ** คนมันอ่อนล้า ทั้งใจหวั่นไหว อยากมีใครดูแลหัวใจในวันที่เหงา ในวันที่เศร้า

    และคอยให้ความรัก ช่วยเป็นแรงกำลังให้หัวใจ อีกนานสักเท่าไร หนึ่งคนที่หัวใจฉันรอ (ตามหา)

    ยังคงเจอเพียงภาพเดิมๆ ในเวลาที่ฉันเสียใจ ก็ไม่เคยมีใครเข้ามากอดฉันเลย


    อีกนานสักเท่าไร หนึ่งคนที่หัวใจฉันคอย
    12 May

    ความรู้สึกอึดอัดใจเริ่มเข้ามาเยือน เหมือนทุกๆอย่างจะไม่เหมือนเดิม.....อีกต่อไป

    เคยรู้สึกไหม เวลาไม่มีใครแล้ว จะมองไปทางไหน ไม่มีใครให้พูดจา

    ไม่มีเลยซักคน จะหันมองมองและเข้าใจ คนๆนี้ที่มันไม่มีอะไร

    นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ เจ็บปวดทรมาณลึกลงข้างในใจ
    โอ้ความเหงา มันช่างหนาว มันช่างยาวนานและทุกข์ทน รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน

    มันจะอีกนานไหม เวลาคงไม่หยุดแล้ว เวลาจะพาคนไหน ให้ผ่านให้พ้นเข้ามา

    ไม่มีเลยซักคน จะหันมองมองและเข้าใจ คนๆนี้ที่มันไม่มีอะไร

    นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ เจ็บปวดทรมาณลึกลงข้างในใจ
    โอ้ความเหงา มันช่างหนาว มันช่างยาวนานและทุกข์ทน รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน

    ไม่มีเลยซักคน จะหันมองมองและเข้าใจ คนๆนี้ที่มันไม่มีอะไร

    นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ เจ็บปวดทรมาณลึกลงข้างในใจ
    โอ้ความเหงา มันช่างหนาว มันช่างยาวนานและทุกข์ทน รอคอยใครบางคนมาหยุดมัน

    ในเวลาที่เราต้องการใครสักคนมากที่สุด มันกลับเป็นช่วงเวลาที่เราต้องอยู่โดดเดี่ยว ไม่เหลือใครเลย ในบางครั้งการทำงานมันอาจทำให้เครียดบ้าง แต่ว่ามันคงจะดีถ้าเรามีใครสักคนที่ใส่ใจเรา คอยเป็นห่วงและเป็นกำลังใจ ถึงอาจจะไม่ต้องมากมาย แค่ การชวนไปทานข้าว หรือการบอกให้โทรหา ก็เป็นการแสดงออกให้เราได้รู้ว่ายังมีเพื่อนที่คอยอยู่ข้างๆเรา ซึ่งตอนนี้มันไม่มีเลย หลังเลิกงานแต่ละครั้ง หลายๆคนก็มีกลุ่มเพื่อนให้พูดคุย เฮฮา แต่เรายังคงต้องอยู่ต่อจนกว่างานจะเสร็จ พอหันกลับมามองอีกที เราก็อยู่คนเดียวอีกหล่ะ เป็นแบบนี้ซ้ำๆอยู่เรื่อยๆ จากที่คิดมาก ก็ยิ่งคิดเข้าไปใหญ่ มันจะคุ้มค่าไหมในการที่เราเข้ามาเป็นผู้นำ แล้วเราต้องสูญเสียอะไรบางอย่างไป เพื่อนกันมันต้องร่วมทุกข์ ร่วมสุขกัน ไม่ใช่เหรอ ทำไมในเวลาที่เพื่อนทุกข์ เราก็เป็นทุกข์ไปด้วยนะ เราจะอยู่เคียงข้างเพื่อนเสมอ แต่ตอนเรามีความทุกข์ เพื่อนๆ ถึงได้ทิ้งกันไปมีความสุขหรือไม่ได้อยู่กับเราตรงนี้หล่ะ แล้วทำไมเราต้องคิดมากด้วยหล่ะเนี้ย ทั้งที่แต่ก่อนเราก็เคยลืมมันไปได้อย่างรวดเร็ว แต่คราวนี้มันกลับไม่ยอมหายไปซักที อาจเป็นเพราะโดนแบบซ้ำๆมั้ง เลยอยู่ในหัวสมองนานไปหน่อย คิดแล้วมันก็น่าน้อยใจ มันก็ดีบ้างที่บางครั้งก็มีเพื่อนไปทานข้าวด้วยหลังจากเสร็จงาน แต่ส่วนใหญ่ ก็บังเอิญเจอกัน หรือไม่เราก็ชวนเอง เฮ้อ กลุ้มโว้ยยย ตอนนี้ในหัวสมอง มันคิดไปแต่เรื่อง ใครคือเพื่อนแท้ของเรากันแน่ นิยามของเพื่อนสนิทของเราคืออะไร มันอาจไม่มีเลยก็ได้มั้ง คิดวกวนไปมาแต่เรื่องเดิมๆ เคยอยากจะทำตัวเองให้เย็นชามากขึ้น แต่ว่ามานก็ทำไม่ได้ ต้องคอยเป็นกังวลไปหมดทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องงาน ความทุกข์มันเลยมาสุมที่ตัวเอง มันเครียดมากจนไม่รู้ว่าจะปรับอารมณ์ ปรับพฤติกรรมให้แสดงออกมาเหมือนเดิมได้ไหม ก็หวังว่าทุกอย่างมันจะดีขึ้น เฮ้อ เมื่อไหร่มันจะผ่านเวลานี้ไปเสียที จะไม่ไหวอยู่แล้วนะ  ใครก็ได้ช่วยที

     
     
    11 April

    ว่าด้วยเรื่องของคะแนนและเกรด

     โอ้ อะไรกันนี่
     
    เพิ่งสอบมิดเทอมภาษาฝรั่งเศสไปเมื่อวันจันทร์ มาวันรุ่งขึ้น ประกาศคะแนนซะงั้น
    โอววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
    ลุ้นๆๆๆๆๆๆ ไม่ค่อยมั่นใจเลยตอนทำข้อสอบ แบบทำนานมาก เสกะขลุ่ยก็ทำเสร็จ
    กันเร๊วเร็วหรอก
    ประกาศคะแนนเต็ม 100 โอ๊ะ ได้ 88 คะแนน หุหุ ได้ที่ 4 ในเซค เหอเหอ
    ดีใจโว้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    ถึงจะไม่ได้ถึงเก้าสิบก็เถอะนะ แต่ก็ดีกว่าที่ตั้งไว้เยอะ  คนท็อปนะเหรอ ขลุ่ย ไง
    ได้ 99 คะแนน เก่งโคตร  เหอเหอ รองท็อป ก็ เส คณะแพทย์เก่งๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ได้ 92 คะแนน และที่ 3 คณะอื่น ใครไม่รุ แต่เป็นผุหญิง ที่ 4 ก็ข้าพเจ้าเอง
    เต็ม 100 เก็บ 30 หารมาแล้ว ได้ 26.4 คะแนน เย้ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    ทามมายวิชาคณะไม่เป็นแบบนี้บ้างอ่ะ ซิ่วไปเรียนคณะมนุษย์ซะดีไหมนิ เฮ้อ
    สู้ต่อไฟนอล ในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า สู้ๆๆๆๆๆๆๆ
    ตอนบ่ายก็ไปประชุมกับพี่ดิว เอก และเม๋ เรื่องค่ายรับน้องซีเพิร์ด แล้วก็ไปเรียนคอมต่อ
    ผ่านห้องวิชาการพอดี แวะไปถามเกรดคอมเมดซิ ต้องต่อคิวในการถามนานนิดนึง
    เพราะรุ่นพี่มาติดต่อเรื่องใบเสร็จ เลยนาน พอได้คุย ได้ถาม ปรากฏว่า เกรดยังไม่ออก
    แป่ววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว
    เค้าบอกว่าเกรดจะออกวันที่ 12 ซะงั้น ตอนนั้นก็คงเล่นสงกรานต์บานช่ำใจอยู่
    กลับมาค่อยมาดูก็ได้ว่ะ
    สงกรานต์ไปเล่นไหนกันบ้างเหรอ อยากเข้าอุดรไปเล่นกะเพื่อนๆจัง แต่คนคงแน่น
    น่าดู กว่าจะไปถึงก็เปียกโชก แต่ยังไงก็คิดถึงเพื่อนๆทุกคนนา เหอ ตอนนี้คงไม่ง่วงแล้วหล่ะ
    นอนมาทั้งวันแล้ว ตื่นมาตี 4 ไม่มีไรทำมานั่งอัพสเปซแก้เซง แต่ตอนนี้หิวโว้ย ออกไปกิน
    ข้าวต้มตอนเช้าดีกว่า ไปละๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ  
     
     
    09 April

    ผ่านไปแล้วสำหรับการไปดูหนังและการสอบมิดเทอม

     เมื่อวานไปดูหนังเรื่อง มะหมาสี่ขาครับ มา โอววววว สนุกมากอ่ะ ไม่น่าเชื่อเลยว่า หมาไทยทำได้ เป็นหนังที่ดูเพลินดี อ่ะ หมาน่ารักด้วย อยากมีหมาแสนรู้มาเลี้ยงสักตัวจังเลย คิดถึงสมัยก่อนตอนอายุ 2 ขวบ เคยเลี้ยงหมาอ่ะแต่จำความไรไม่ค่อยได้ เห็นแค่รูปถ่าย แล้วหมามานก็ติด...... (ติดไรก็คิดเอา) หายไปจากบ้านแล้วก็ไม่กลับมาอีกเลย แงๆ เศร้าจัง หลังจากนั้นก็ไม่ได้เลี้ยงสัตว์ไรอีกเลย นอกจาก หนูและแมลงสาบ เหอเหอ แล้วยิ่งมาดู ขำกลิ้งลิงกับหมาก็ยิ่งชอบอ่ะ ดูๆสัตว์ก็น่ารัก เพลินดี ผ่อนคลายความเครียดได้ดี พอดูหนังเสร็จก็ไปเรียนดนตรีต่อ วันนี้เล่นได้ 3 ใน 4 ของเพลงแล้วเหลือ ท่อนสุดท้ายเล่นยากมากเลย แต่ก็จะสู้เต็มที่ครับ
    มาวันนี้ก็ถึงเวลาของการสอบมิดเทอมวิชาภาษาฝรั่งเศส อ่านๆไปดูเนื้อหา ดูศัพท์ก็ไม่ยากเท่าไหร่ แต่พอไปสอบแล้ว โคตตตตตตตรร ยากเลย ศัพท์ ยากอ่ะ เรียงประโยคก็ผิด จับคู่ก็ผิด เซงโว้ย เฮ้อ แต่จะทำไงได้อ่านไม่ดีเองนิหว่า ตอนเย็นกลับมาก็ไปแนะแนวน้องที่ ขวัญมอ น้องเค้ากังวลมากเลยอ่ะ เพราะน้องเค้าตาบอดข้างหนึ่ง เลยกลัวว่าจะไม่ได้เรียน ดูน้องเค้าอดทน พยายามมากเลยอ่ะ ไม่ยอมแพ้ในโชคชะตา ตั้งใจจะเรียนแพทย์มาก ยังไงพี่ก็จะเป็นกำลังใจให้น้อง และขอให้น้องได้มาเป็นน้องของพี่นะครับ
    ส่วนเพื่อนๆ ก็ต้องเสียสละเพื่อน้องให้มากขึ้นนะครับ ตั้งใจซ้อมเชียร์นะครับ ถึงจะโชว์น้องแค่ไม่กี่นาที แต่การที่จำสร้างแรงบันดาลใจให้น้องอยากร้องเพลงคณะก็สำคัญนะครับ สู้ๆครับ เพื่อนทุกคน เราจะสู้ไปด้วยกันครับ
    06 April

    ครึ่งทางของซัมเมอร์

     ในที่สุดการเรียนซัมเมอร์ก็ดำเนินมาถึงครึ่งทางแล้ว การเรียนในช่วงซัมเมอร์นี้ช่างตากจากภาคเรียนภาคปกติมาก มันช่างดูสงบ เบาๆ ไม่รีบร้อน จะรีบไปทำไมกัน อากาศมันก็ร้อนมากพออยู่แล้ว ขืนอารมณ์ร้อนอีกอาจ ป.ส.ด. วิชาที่เรียนนะเหรอ อันแรกเลยคือ วิชาภาษาฝรั่งเศส เรียนกะเสมัน มันชวนเรียน ที่จริงอยากเรียนภาษาจีน เพราะมีคนว่าหน้าตาเหมือนคนจีน (เหอเหอ) แต่ลงไม่ได้เพราะติดวิชาคอมพิวเตอร์ มานบังคับว่าต้องผ่านอ่ะ ดันสอบไม่ผ่านเซงเลยตู ต้องมาเรียนให้ผ่านตอนซัมเมอร์ อดเรียนจีนเลยตู
    กิจวัตรอย่างอื่นนะก็ไม่ต่างกันเลย กิน นอน เล่นเกม เล่นเอ็ม ตอบคำถามเพื่อนทางโทรศัพท์ ช่วยงานรุ่นพี่ จิกเพื่อนมาซ้อมเชียร์(อย่าเพิ่งเบื่อกันนะ) และก็เรียนดนตรี (อันนี้ค่อยพอทำให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้นหน่อย) เลือกเรียนวิโอล่าอ่ะ คนไม่ค่อยเรียนกัน แบบว่าอยากมีวงดนตรีคลาสสิก เคยเห็นเล่นใน ซีซั่นเชงจ์ เพราะดี ชอบมากๆ ตอนนี้กะลังหัดเล่นเพลงค้างคาวกินกล้วย แต่มานไม่กล้วยเลยว่ะ ยากมาก อ่านโน้ตไม่ทัน สีไม่เป็นเพลงเลย แหะแหะ

    และภารกิจหลักคือการซ้อมร้องเพลงนี่แหละ ต้องนัดเพื่อน ตามเพื่อนที่เรียนซัมเมอร์มาช่วยกันซ้อม เพราะต้องเอาไปสอนที่มารอบหลัง แต่เกิดอาการเซงอย่างมาก เพื่อนที่เรียนซัมเมอร์บอกว่า จะไปซ้อมกับเพื่อนรอบหลัง ไม่เข้าใจ ไม่เห็นความสำคัญของการมาเป็นแกนนำเลยเหรอ ถ้าไม่มีกลุ่มเพื่อนซัมเมอร์มาช่วยกันซ้อม จะไปซ้อมให้เพื่อนรอบหลังได้ไง มันน่าจะมีบทลงโทษ พวกนี้นัก แต่เดี๋ยวจะว่าโหดไป การทำงานกับคนหมู่มากก็ต้องทำใจอ่ะนะว่า บางคนก็สนใจ บางคนก็ไม่ใส่ใจ จะไปว่าไปทำอะไรกับเขามากก็ไม่ได้ เดี๋ยวเรื่องจะใหญ่โต วุ่นวาย แต่ยังไงก็ขอบคุณเพื่อนๆที่มาช่วนกันซ้อมนะ อย่างน้อยก็ทำให้เค้ารู้สึกมีกำลังใจจะทำงานเพื่อเมดต่อไปตอนนี้สถานการณ์ย่ำแย่ พี่ๆที่มาซ้อมให้ก็บอกว่าย่ำแย่จริงๆ อยากให้เพื่อนให้ความสำคัญมากกว่านี้อยู่นะ แต่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงดี หวังว่าสถานการณ์ต่อไปคงจะดีขึ้น วันนี้เอามาเล่าให้ฟังแค่นี้แหละ วันหลังจะมาลองจับๆทำๆกับ สเปซตัวเองดู เพิ่งลองเข้ามานะนี่